พูดถึงเรื่องนาฬิกา ถ้ารุ่นราวคราวเดียวกับผม (ประมาณ 30 กลางๆ ถึงปลายๆ   ) ก็น่าจะได้เคยสัมผัสเจ้านาฬิกา G-Shock  ตั้งแต่สมัยเด็ก  อาจจะเป็นเจ้าของเอง หรือ เห็นของเพื่อน  ในสมัยก่อน G-Shock  เป็นนาฬิกาที่ล้ำมากในยุคนั้น  ใครใส่ไปที่โรงเรียนถือว่าดูดี มีระดับ กันเลยทีเดียว   จากประสบการณ์ในวัยเด็กที่ได้สัมผัส  ห่างหายกับ G-shock กันไป  แต่ลองสังเกตช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา G-shock เริ่มกลับมานิยมอีกครั้ง เริ่มมี นักสะสม G-Shock ชาวไทย หรือเรียกว่า Thai G-Shock Collector  กันมากขึ้น  ผมก็เลยสงสัยว่า ทำไม G-Shock ถึงได้กลับมาฮิตอีกรอบ วันนี้ผมก็จะเลยค้นหา เรื่องราวความเป็นมาของ G-Shock   G-Shock รุ่นสะสมG-Shock รุ่นหายาก ในไทย และตอนท้ายมีบทสัมภาษณ์ ของ  นักสะสม G-Shock  อันดับต้นๆ  ของเมืองไทย  ที่เพื่อน ๆ ผมไปสัมภาษณ์มาเกี่ยว กับมุมมองสะสม G-Shock  แถมมาให้อ่านด้วยครับ  G-Shock  ดูจากประวัติ G-Shock  เริ่มผลิตครั้งแรก เมื่อปี  1983  นับไปนับมาตอนนี้ก็ 31 ปีแล้ว โดยคุณ คิคุโอะ อิเบะ (Kikuo Ibe) ซึ่งเป็นวิศวกร ของ บริษัท Casio  ได้พัฒนาฬิกาที่มีความแข็งแรง ทนทาน  จนมาเป็นนาฬิกา G-Shock โดยมีหลักในการออกแบบนาฬิกาคือ   “Triple 10”  คือมีคุณสมบัติทนแรงกระแทกจากการตกบนพื้นได้ถึง 10 เมตร, กันน้ำได้ระดับ 10 บาร์ และมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ถึง 10 ปี  ช่วงแรก ๆ  ของ G-Shock  ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก  จะใช้กันเฉพาะกลุ่มช่าง  ผู้ใช้แรงงาน ที่ต้องการนาฬิกาที่ทนทาน แข็งแรง สมบุกสมบัน   แต่ต่อมาในช่วงหลัง ก็ได้มีการพัฒนารูปลักษณ์ สีสรร  ให้ดูทันสมัยมากขึ้น ก็เลยเป็นที่นิยมในหมู่วัยุร่น และคนทำงานมากขึ้น   G-Shock จริงๆ แล้ว ผมก็มี G-shock  กับเค้าบ้างอยู่เรือนนึง  ก่อนอื่นเลยตอนที่ซื้อ  ผมจะดูเรื่องฟังก์ชั่นและความทนทานก่อนเลย   ซึ่งความทนทานเป็นคอนเซ็ปหลักของ G-Shock  อยู่แล้ว  ส่วนในเรื่องฟังก์ชั่น มีหลายอย่าง เอามาใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้  อย่างของผมเป็นรุ่น Riseman  ลองศึกษาดู  นอกจากฟังก์ชั่น นาฬิกา, การจับเวลา ตามปกติแล้ว  มันสามาร วัดความสูง (Altimeter) ,วัดค่าความกดอากาศ (Barometer), วัดอุณหภูมิ (Thermometer) ได้ด้วย ความรู้สึกเริ่มแรก แบบว่า มันเป็นนาฬิกาที่มากกว่านาฬิกา เจ๋งว่ะ  เลยสอยมาครอบครอง ซะ 1 เรือน แล้วก็ลองหาข้อมูลต่อไปอีก  ก็พบว่า G-Shock  รุ่นที่มีฟังก์ชั่นพิเศษ มีอยู่ 4 ซีรีย์  และแถมยังตั้งชื่อเท่ห์ ๆ ตามความสามารถด้วย คือ

  • Mudman   ถูกออกแบบให้ลุยได้ในทุกสภาพ ร้อนจัด หนาวจัด ผจญกับกิจกรรมที่เลอะสุดๆ เช่น งานทางวิศวกรรมเครื่องยนต์ที่เจอทั้งคราบน้ำมัน หรือฝุ่นโคลนเป็นต้น 
  • Gulfman  ถูกออกแบบมาสำหรับกิจกรรมทางน้ำ และเน้นน้ำทะเลเป็นหลัก จึงถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเลได้ดี และมีการแสดงข้อมูลน้ำขึ้นน้ำลงให้ด้วย
  • Riseman  ลูกครึ่งผสมระหว่าง G-Shock กับ Protrek มี sensor วัด อุณหภูมิ ความสูง.ความกดอากาศรอบๆตัว เพิ่มเข้ามา
  • Frogman  ได้รวมเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของ G-Shock  เข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับคุณสมบัติเช่น พลังงานแสงอาทิตย์แบบทนทาน (Tough Solar) กราฟข้างขึ้นข้างแรม ลักษณะของดวงจันทร์ กราฟแสดงความสูงของคลื่น เวลาโลก

G-Shockเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น แหล่งต้นกำเนิด G-Shock  ลองได้ไปเดินดูตามร้านขาย  (เพราะมีคนฝากซื้อ)  พบว่า G-Shock ที่ญี่ปุน มีแบบและรุ่นเยอะมากกกก ทั้งการดีไซน์ลวดลาย และสีสรร แถม ราคาไม่แพง (ถ้าเทียบกับราคาในไทย)   มีทั้งรุ่นปกติ  G-Shock  รุ่นสะสม  รุ่นหายาก  ยกตัวอย่าผมไปดู   พอดีเป็นปีที่่ครบรอบ  30 ปี G-Shock พอดี   ก็มีการออกคอลเลคชั่นต่าง ๆ สำหรับ  นักสะสม G-Shock ออกมา อย่างรุ่นสี Lightning Yellow   ก็เป็น 1 ในคอลเลคชั่นที่ออกมาในช่วงนั้น  อย่างนี้ถือว่าเป็น G-Shock Limited Edition  ที่ผลิดออกมาในวาระพิเศษต่าง ๆ  ถ้าลองค้นจริง ๆ  ก็จะพบว่า  มี G-Shock Limited Edition  ออกมาเรื่อยๆ  เพื่อให้ นักสะสม G-Shock  ได้หามาเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว  จะเห็นได้ว่า G-Shock ที่มีคนนิยมสะสม เพราะ คุณสมบัติทนทาน มีฟังก์ชั่นการใช้งานทำให้เป็นมากกว่านาฬิกา สีสรรลวดลายหลากหลาย  และมีราคาที่จับต้องได้   ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ก็ทำให้มีคนนิยมสะสม G-Shock เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  G-Shock G-Shock Limited Edition  สำหรับ  นักสะสม  G-Shock ชาวไทย หรือ   Thai G-Shock Collector  เท่าที่หาข้อมูลมา  ก็มีทำออกมา เป็น G-Shock Limited Edition ประมาณ 3-4 รุ่นแล้ว แถมแต่ละรุ่นยังมีจำนวนจำกัด   G-Shock  รุ่นพิเศษรุ่นแรกในไทย คือ  รุ่นหนุมาน ออกมาเมื่อปี 2009  ถือเป็น G-Shock  ตัวเรือนสีขาว มีลวดลายจากตัวละครหนุมาน มาตกแต่งบริเวณสายและตัวเรือน    รุ่นต่อมาออกมาเมื่อปีที่แล้ว รุ่น  Shock The World Bangkok 2013 Limited Edition   ตัวเรือนสีแดง บริเวณสายตกแต่งลวดลายศิลปะบ้านเชียง  ส่วนในปีนี้   G-Shock Limited Edition  ที่ออกมาคือรุ่น  สยามมานุดสตรีท    ออกแบบโดย  ศิลปินกราฟฟิตี้ระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่มีผลงานโดดเด่นในระดับนานาชาติ ได้แก่ โนลาโนลี (NOLANOLEE) กบ บอร์ (KOB B.O.R.E.D) อเล็กซ์ เฟซ (ALEX FACE) และ รักกิจ (RUKKIT)  โดยออกมา 4 แบบ 4 สไตล์  ตามคอนเซ็ปของแต่ละคน   ส่วนอันสุดท้ายที่  จะเป็น G-Shock Limited Edition  จากแบรนด์ผลิตภัณฑ์   Dtac ออกมาเป็นรุ่นพิเศษ  คือรุ่น “Cheetah”   เพื่อแจกลูกค้า Dtac  โดยเฉพาะ   จะเห็นได้ว่า G-Shock Limited Edition  ที่กล่าวมาทั้งหมด ถือได้ว่าเป็น  G-Shock รุ่นสะสม ในไทย บางรุ่นก็เป็น   G-Shock รุ่นหายาก ไปแล้ว  G-Shock   ในเมืองไทยมีผู้ที่ชื่นชอบ และ เป็นนักสะสม G-Shock เริ่มมีมากขึ้น มีการตั้งสังคมคนรัก G-Shock  เพื่อพุดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน  แต่มีนักสะสม G-Shock อยู่ท่านหนึ่ง ที่สร้างความแปลกใจว่า เป็นผู้ที่ชื่นชอบ หลงใหลเจ้านาฬิกาสายยางตัวนี้  ถือได้ว่านักสะสม G-Shock อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย คือ คุณต๊อด  ปิติ ภิรมย์ภักดี  ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง บ.สิงห์ คอร์ปเปอเรชั่น   โดยเมื่อช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเพื่อนๆ  ของผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์คุณต๊อด  เกี่ยวกับการสะสม G-Shock   จากที่อ่านดู คุณต๊อด มีความผูกพันธ์ กับ G-Shock ตั้งแต่เด็ก ๆ  จากความชอบ เป็นความรัก ความหลงใหลใน G-shock   จากเรือนแรกสู่ 450 เรือนในปัจจุบัน นักสะสม G-Shock ,Thai G-Shock Collector

บทสัมภาษณ์คุณต๊อดบางส่วน ในแง่มุมของการสะสม G-Shock

เริ่มต้นสะสม G-Shock ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่

คือจริงๆ ต้องบอกว่าหลายคนอาจจะทยอยสะสม  แต่จริง ๆ แล้ว ของผมเนี่ย เริ่มตั้งแต่วันแรกที่มีนาฬิกา  ตอนนั้นไม่เชิงคำว่าสะสม แต่ทุกคนสมัยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม ประมาณอายุ 35-36 เนี่ย ณ ตอนสักประมาณ ม.1 ม.2 ที่เริ่มใส่นาฬิกาได้ ผมว่าเด็กทุกคนตอนนั้นอยากมี G-Shock หมด ไม่ว่าจะเป็น baby G จะเป็น G-Shock รุ่นไหนก็สุดแล้วแต่  แต่พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ มันเป็นความใฝ่ฝันของเด็กวทุกคนที่จะใส่ G-Shock ไปโรงเรียน เพราะว่าถ้าอยู่ในกรุงเทพ ม.1 นี่เป็นครั้งแรก  ที่จะใส่นาฬิกาไปโรงเรียนได้อย่างถูกกฏระเบียบ เพราะถ้าเป็นประถมมันผิดหมด ห้ามใส่ทุกอย่างอยู่ เพราะฉะนั้นตอนเด็กๆ ผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องนาฬิกา  แต่พอโตขึ้นมาเนี่ยมันมีกระแสที่ทุกคนจะใส่ TAG Heuer แบบโชว์รวยหน่อยๆ ผมก็มีนะ  มีตอน ม.2  แต่ ม.1 นี่เป็น G-Shock ซึ่งถ้าถามถึง G-Shock เรือนแรกก็ต้องบอกว่าเป็นสายผ้า เป็น Baby G สายผ้า  เรือนที่สองเป็นสีเหลือง ตอนนั้นพี่ชายผมได้สีฟ้าเป็นของขวัญวันเกิด แล้วเขาก็ซื้อให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดเป็นเรือนสีเหลือง  เรือนที่สามเป็นเรือนเหล็ก  ถ้าให้คนรุ่นราวคราวเดียวกับผมดูก็จะรู้เลย บางคนมีสีดำ บางคนมีสีเงิน มันจะมีอยู่ประมาณ 3-4 สีนะรุ่นนี้ เป็นเรือนที่ผมเก็บตังค์ซื้อเองซึ่งสมัยนั้น ราคาหลักพันปลายๆ ก็ไม่ใช่ถูกๆ ในสมัยนั้น  หลังจากนั้นก็มีความชื่นชอบ G -Shock มาโดยตลอด มีการศึกษา

จริงๆ G-Shock  กลับมา Peak  ในเมืองไทยเพิ่งเริ่มมาสัก 2-3 ปีได้มั้ง จริงๆเค้ามักจะบอกว่ามันเป็นขาขึ้นขาลง แต่คนที่อยู่ในวงการ G-Shock มันไม่มีขาขึ้นขาลงหรอก เพราะคนที่สะสมก็สะสมมาตลอดอยู่แล้ว นักสะสมมันไม่มีหาย ที่บอกว่าขาขึ้นขาลง พวกนั้นเป็นนักปั่น   2-3 ปีนี้จะมีกลุ่มคนที่แลกเปลี่ยนพูดคุยข้อมูลเรื่อง  G-Shock  เราอย่าไปมองเรื่องซื้อขาย ผมว่าถ้าซื้อขายมันมาแล้วก็ไป มันไปแล้วก็มา  ผมบอกได้เลยว่าถ้าจะถามเรื่อง G-Shock มีความฮิต  มีคนสะสมมากน้อยแค่ไหน ดูที่ของปลอม อย่างแรกเลย G-Shock มีของปลอม ที่ทำเลียนแบบรุ่น  Limited  ของ Limited มีจำนวนจำกัด มีตัวเลขที่กำหนดไว้ว่า มีอยู่เท่าไหร่ มันก็มีของปลอมขึ้นมา ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี  บางคนทำออกมาได้ดีกว่าของจริงซะอีก  เพราะงานพวกนี้มันเป็นงานฝีมือ  บางตัวที่ copy มาก็ดูดีกว่าตัวจริงซะด้วยซ้ำ  แต่เนื้อหาสาระมันอยู่ที่ความ United ความขลังของตัว G-Shock ที่ผมพยายามจะบอกคือ ถ้ามันมีของปลอม มีของทำเลียนแบบ แปลว่าของพวกนี้  มันต้องมีความน่าสนใจ  หรือว่ามันมีมูลค่าในตัวของมัน มันก็เลยเป็นที่มาของการเริ่มชอบ   เริ่มชอบมาเรื่อยๆ   ตอนที่ผมเรียนมืองนอก  จะเห็น G-Shock อยู่ในหนังสือนาฬิกา เกือบทุกเล่ม  ไม่ว่านาฬิกาถูกหรือนาฬิกาแพง  และลอง Search หา G-Shock กดดูในส่วนรูปภาพ จะเห็นพวกศิลปิน Rapper เป็นส่วนใหญ่  และนักกีฬาบาสเก็ตบอล  ล่าสุดที่ผมเห็นเป็นนักกีฬาฟุตบอล ก็มีใส G-Shock กันอยู่หลายคน  บางคนอาจจะไม่สังเกต แต่พวกผมจะเป็นพวกชอบนาฬิกา  เห็นบนข้อมือก็จะสังเกตเห็นทันที  คือเป็นจุดเด่นของ G-Shock  มันเป็นเสน่ห์ของเค้า ที่เรียกว่าเป็นเสน่ห์ของนาฬิกาสายยาง  ทีอยู่มาถึง  31 ปี 

แรงบันดาลใจส่วนตัวที่สะสม G-Shock

เพราะความอยากได้ตอนเด็กแล้วไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกแบบนี้ในชีวิตผมแบบนี้  2 รอบ   รอบแรกคือ หลายๆคนคงบอกอย่ามาพูดให้ดูหล่อเลย พ่อแม่มีตังค์ทำไมไม่ซื้อให้ ไม่เคยได้ของเล่นเลยนะ  รถบังคับที่เด็กๆ เขาได้กัน ผมไม่ได้นะ พ่อแม่ที่เลี้ยงผมมาเนี่ยค่อนข้างจะหัวโบราณพอสมควรนะครับ ส่วนใหญ่ก็ให้พี่น้องเล่นด้วยกัน ไม่ให้ต่างคนต่างเล่น เพราะการที่ให้ไปเล่นรถบังคับเล่นเกมเนี่ยสังเกตเด็กสมัยนี้จะ isolate ตัวเอง  เวลาเจอคนเยอะๆ ไม่เอากลับบ้านๆ  ผมเล่นกับพี่ชายน้องสาวก็คือ เตะบอล บอลลูนสี วิ่งเปรี้ยวกัน กีฬาที่เราเล่นร่วมกัน ซึ่งสมัยนี้ เด็กๆสมัยนี้ โดยเฉพาะเด็กอินเตอร์นี่เห็นการละเล่นกันแล้วตื่นเต้น ผมก็ว่าตื่นเต้นทำไมวะ  เพราะชีวิตเค้าไม่เคยมี กลับมาก็คือว่าตัวผมเองเล่นเป็นหมอพยาบาลกับน้องสาวนะครับ ในขณะเดียวกันใส่นวมต่อยมวยกับพี่ชาย พ่อแม่สอนแบบนี้ว่าเราเป็นลูกคนกลาง ก็ต้องเล่น ต้องอยู่กับทุกคนให้ได้  และที่สำคัญไม่ได้ถูกเลี้ยงมาตามใจแบบที่หลายๆ คนคิด

ความรู้สึกแรกที่ผมหาตังค์ครั้งแรกได้โดยการที่ไปแข่งรถ พอได้ตังค์มาผมก็เอาไปซื้อรถบังคับหมดทุกบาททุกสตางค์ วันนั้นก็รู้สึกดีใจว่าผมไม่เคยได้ กว่าจะได้รถบังคับมาแต่ละคัน มีเซ็นสัญญากับพ่อ 10 ข้อ ต้องทำให้ได้ภายใน 3 เดือน ก็เป็นกฏทั่วไป ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ ห้ามทะเลาะอะไรแบบนี้ เขียนไว้เลย มีการเซ็นสัญญาชัดเจนว่าจะทำตามกฏแบบนี้ 10 ข้อ  แบบนี้ ภายใน 3 เดือน ถึงจะได้รถบังคับ 1 คัน ซึ่งตอนนั้นคันนึงก็แปดเก้าพัน ซึ่งตอนนั้นผมบอกเลยว่าเด็กสิบขวบตอนนั้นก็ไม่มีทางที่ผมจะหาได้ พอผมได้ไปแข่งรถตอนอายุ 12-13 ตอนนั้นผมจำได้เลยว่าได้ตังค์มาทั้งหมด 3-4 หมื่น ผมไปซื้อรถบังคับหมดทุกบาท วันนั้นดีใจมาก เพราะว่าได้ในสิ่งที่เราอยากได้ แต่พอผ่านไปอาทิตย์นึง มีความรู้สึกว่า มีทำไมรถบังคับ 4-5 คัน 4-5 คันไม่ได้ช่วยอะไรเลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณเล่นก็เล่นได้ทีละคัน  ณ วันนั้นเรามีตังค์ที่ทำอะไรได้อีกเยอะมันก็มีความรู้สึกว่าเสียดายกับการตัดสินใจกับอะไรต่างๆ ที่ผมย้อนเล่าเรื่องนี้เพราะมีคนถามเรื่องนี้เยอะพอสมควรว่า มีข้อมือก็มีข้อมือเดียว มีนาฬิกาทำไมตั้งเยอะแยะ   ผมก็เลยมองแล้วบอกว่า มองดูสิในกล่องนี้ วันนึงคุณอยากใส่เรือนไหนคุณตอบได้ไหม มันก็ตอบได้ว่าวันนี้อยากใส่เรือนไหน ก็ดูก่อนว่าวันนี้แต่งตัวสีอะไร ก็แต่งตัวให้มันเหมาะสมกัน ใส่ชุดทำงาน ใส่สีชมพูมาทำงานก็คงไม่ได้ มันต้องดูว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน   ผมหาคำตอบให้ตัวเองอีกที ก็บอกได้ว่าก็ดูสี แต่ละเรือนมันมีเอกลักษณ์ของมัน มันไม่ใช่นาฬิกาปาเต๊ะ โรเล็กซ์ สายหนัง  4-5 เรือนที่ไม่มีความแตกต่างของคาแรคเตอร์หรือเอกลักษณ์ของนาฬิกา

ผมว่ามันเป็นสีสัน เป็นความสนุกของการตื่นเช้ามา แต่งตัวจะไปเล่นกีฬาจะไปอะไร ได้มองดูเรือนไหนมันเหมาะ การเป็นนักสะสมไม่จำเป็นจะต้องมีจำนวนเยอะ แต่ถามว่า ผมทำงานเหนื่อย ผมทำงานหนัก ทำทุกๆอย่างมา การที่จะมาเสียกับนาฬิกาหลักพัน หลักหมื่น แล้วมีความสุข ผมว่ามันคุ้มค่า เวลาซื้อไม่ได้ทุกคนหรอก แต่นาฬิกาพอซื้อได้ เราก็คลั่งมาซื้อนาฬิกา เพราะเวลาเราซื้อไม่ได้ และผมมองว่า คือคนที่ชอบ G-Shock ก็เพราะเค้าเห็นแบบนี้ว่านี่แหละเสน่ห์ของ G-Shock นี่แหละคือความชอบของ G-Shock มันมีหลายทรงหลายสี หลายคาแรคเตอร์ เหมาะสมกับทุกสถานการณ์

จริงๆแล้วในช่วง 10 ปีแรก ช่วงแรกๆ มันจะมีแค่สีดำอย่างเดียว หลังจากนั้นถึงค่อยๆมีสีสัน มีดีไซน์เนอร์เข้ามา มีบริษัทเข้ามาร่วมทำกับ G-Shock  ส่วนของไทยก็มี ของ Dtac เปิดตัวไปล่าสุด  ส่่วนรุ่นแรกในบ้านเรา เป็น  รุ่นหนุมานที่ค่อนข้างฮิต  แต่หายาก  ช่วงนั้นออกมาตอนที่ยังไม่ฮิตสักเท่าไหร่  ส่วนที่ออกมา 4 เรือน ในปีนี้ เป็นรุ่น สยามมานุดสตรีท ก็ต่อแถวจนถึงลานจอดรถเซ็นทรัล  เค้าเปิดตัวทีละสาขา…

Thai G-Shock Collector,G-Shock Limited Edition,G-Shock รุ่นสะสม

ในบทสัมภาษณ์อยู่ช่วงหนึ่ง  คุณต๊อดได้กล่าวว่าจะทำ  G-shock Collector Thailand  ขึ้นมา สำหรับ นักสะสม G-Shock ชาวไทย โดยจะผลิต เป็น Limited Edition  เพื่อให้เป็น G-Shock รุ่นสะสม     โดยจะมีผลิตออกมาทั้งหมด 3 รุ่น  สาม 3  สี  คือ สีน้ำเงิน  ขาว แดง ซึ่งเป็นสีของธงชาติไทย  โดยแนวคิดในการออกแบบ เนื่องจากคุณต๊อดเป็นคนทำเอง โดยแนวคิดในการออกแบบ จะให้มีที่มาที่ไปของบุญรอดที่คนนึกถึงกัน  รู้จักสิงห์ รู้จักประเทศไทย   โดยผ่าน 3  โลโก้ ของแต่ละแบบคือ   แบบที่ 1   จะเป็นรูปว่าวไทย  แนวคิดมาจาก  พระยาภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นคุณทวดของคุณต๊อด  เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมกีฬาไทย  เป็นแชมป์กีฬาว่าวไทย     โลโก้แบบที่ 2   จะเป็นรูป หนุมานคาบศร  ซึ่งเป็นโลโก้ Original  ของ บ.บุญรอด    ส่วนโลโก้แบบที่ 3 คือ รูปสิงห์แดง  เป็น โลโก้ดั้งเดิมของสิงห์   ซึ่งทั้ง 3 แบบ จะสะท้อนความเป็น  G-shock Collector Thailand   ที่จะสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณต๊อด สิงห์ และความเป็นไทย   โดยทั้งหมดจะมีแบบละ 100 เรือน รวมทั้งหมด 300 เรือน จะซื้อแยก หรือซื้อรวมเป็นเซ็ทก็ได้   ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบ   แต่ขอบอกว่า มีคนจองจะหมดแล้ว (อ้าว!)    โดยการผลิตครั้งนี้  ไม่ได้ขายเอากำไร หรือปริมาณ แต่นี่ทำเพราะใจรัก ไม่ได้ทำเพราะธุรกิจ แบบว่าต้นทุนเท่าไหร่ ก็ขายเท่านั้น  ไม่มีการทำเพิ่ม  ฉะนั้นคนที่ได้ไป ไม่ว่าเรือนเดียว หรือทั้งเซ็ท จะรู้สึกมีคุณค่าอย่างมากที่ได้มา   ยังไงลองติดตามข่าวคราวของ G-shock Collector Thailand  ได้จาก Facebook   Thai G-Shock Collector  และใน Group สังคมคนรัก G-Shock  กันนะครับ 

เรื่องของ Thai G-Shock Collector ของ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ยังไม่หมดแค่นี้ สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมกันได้เลย

– ปิติ ภิรมย์ภักดี กับการเปิดใจครั้งแรกในฐานะ นักสะสม G-Shock (Thai G-Shock Collector)
– ครั้งแรกกับเปิดใจนักบริหาร ผู้เป็นนักสะสม G-SHOCK แห่งประเทศไทย
– มุมมองที่คุณไม่เคยรู้จักกับคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ในฐานะนักสะสมนาฬิกา G-Shock
– ปิติ ภิรมย์ภักดี Thai G-Shock Collector นักสะสมที่อยู่เหนือคำว่า มูลค่า
– Thai G-Shock Collector คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี จากสนามแข่งถึงของสะสม
– เปิดใจครั้งแรกกับคนดัง ในบทบาทนักสะสม G-Shock ของเมืองไทย
– คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี นักสะสม G-Shock เปิดใจครั้งแรกในฐานะ Thai G Shock Collector
– G-Shock Limited Edition รุ่นสะสม รุ่นหายาก
– Thai G-Shock Collector ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี กับ คาแรคเตอร์ที่ไม่เคยมีใครได้รู้
Thai G-Shock Collector นักสะสม G-Shock ที่จะพาวงการ G-Shock ไทยสู่ระดับสากล