แรกเริ่มเดิมทีได้ไปญี่ปุ่น แล้วได้ไปลองชิมเหล้าบ๊วย (Umeshu)  ปรากฏว่าติดใจ เลยหอบหิ้วกลับมาด้วย ราคาซื้อที่ญีปุ่นมันไม่แพงเท่าไหร่ แต่พอหมด แล้วมาลองดูราคาตามร้านขายในเมืองไทย ปรากฏว่าแพงกว่า 2-3 เท่าเลยทีเดียว  ก็เลยลองค้น ๆ ข้อมูลใน internet ก็ได้ความว่า เหล้าบ๊วย เราดองเองก็ได้ ไม่ยาก  แต่ยากก็ตรงหาบ๊วยนี่แหละ สูตรดองเหล้าบ๊วย  1. บ๊วย  500 กรัม 2. น้ำตาลกรวด  250 กรัม 3. เหล้าใส 1 ลิตร มาดูส่วนผสมแต่ละตัว  บ๊วย เป็นวัตถุดิบที่หายากที่สุด  ในเมืองไทย จะมีปลูกที่ภาคเหนือ ออกตามฤดูกาล ประมาณ เดือน มีนาคม ถึงเดือนเมษายน เท่านั้น  แหล่งที่สั่งบ๊วยในประเทศไทย ก็มีที่ โครงการหลวง  ตามข้อมูล ทางโครงการเปิดให้จองบ๊วยได้ตั้งแต่ ปลายกุมภาพันธ์ แล้วผลผลิตออกเมื่อไหร่ ทางโครงการจะโทรมาแจ้งให้มารับ  การสั่งขั้นต่ำ 10 กิโลขึ้นไป  ติดต่อที่  ฝ่ายขาย โครงการหลวง  โทร.02-5794747 ต่อ 101-113

 

มีอีกที่นึงที่สามารถหาบ๊วยได้ คือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผลบ๊วยสดที่ญีปุ่น จะออกประมาณช่วงเดือน พฤษภาคม ถึง มิถุนายน ถ้าใครไปญี่ปุ่นช่วงนี้ ก็ซื้อกลับมาดองได้ มีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป  จะขอบอกว่า เคยได้บ๊วยจากญี่ปุ่นมาดอง ได้เหล้าบ๊วยออกมารสชาติดีมากกก หอม หวานอมเปรี้ยว  แต่ถ้าบ๊วยไทย จะเปรี้ยวมากกว่าหวาน และออกฝาดกว่า วัตถุดิบต่อมา เป็นน้ำตาลกรวด หาได้ตามตลาดทั่วไป ตกกิโลละ 38-40 บาท  ถ้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะแพงกว่านี้  ไม่แนะนำใช้น้ำตาลทรายเพราะดองออกมาแล้ว มันจะหวานแบบแปลก ๆ  ไม่อร่อยเท่าน้ำตาลกรวด พูดถึงเรื่องเหล้าที่ใช้ดอง  ตามสูตรจะเป็นเหล้าใสอะไรก็ได้  ถ้าเป็นเหล้าไทย แอลกอฮอลล์ 40 % แนะนำให้ใช้ ยี่ห้อ เหยี่ยวเงิน หรือ เรดค๊อก หาซื้อได้ตามโลตัส และ บิ๊กซี  ที่ใช้ยี่ห้อนี้ เพราะ กลิ่นของแอลกอฮอลล์ในเหล้าไม่แรง  และรสชาติไม่บาดคอ  ดองมาแล้วกลิ่นเหล้าจะไม่กลบกลิ่นบ๊วย และรสชาติทานง่าย แต่มีเหล้าอีกตัวที่แนะนำ โดยสูตรจากญี่ปุ่นจริงๆ จะใช้เหล้าโซจูเป็นเหล้าที่ใช้ดอง  ในเมืองไทย โซจูที่หาได้ ก็มียี่ห้อ Jinro Soju  จะมีแบบขวดเล็ก และขวดใหญ่   จากที่ทดลอง (เมื่อปีที่แล้ว) ใช้ Jinro Soju  ขวดใหญ่ ความเข้มข้นแอลกอฮอล์ 24 %  มาลองดองดู ปรากฏว่า ได้ Umeshu ออกมากำลังดี รสชาติดีมากก นุ่ม ไม่บาดคอเลย   ปีนี้ก็เลย จะลองอีกครั้ง  จะใช้  Jinro Soju  2  อย่าง คือ  ใช้แบบขวดใหญ่ ความเข้มขน 24 %  และ ขวดเล็ก รุ่น Classic ความเข้มข้น 20.1%

มาถึงวิธีการทำ  เมื่อเราได้บ๊วยมา เอามาแช่น้ำก่อนสัก 3-4 ชั่วโมง เพื่อล้างฝุ่น สิ่งสกปรกออก และการแช่น้ำจะช่วยลดความขมของบ๊วยด้วย  ระหว่างแช่ ถ้าบ๊วยสุก กลิ่นก็จะหอมตลบอบอวลไปทั้งบ้านเลย ต่อมา เอาบ๊วยขึ้นมาซับน้ำให้แห้ง และ ใช้เข็มหรือไม้จิ้มฟัน แคะเอาขั้วบ๊วยออก ซึงจุดนี้จะสำคัญ เพราะ ตรงขั้วบ๊วยเป้นจุดแลกเปลี่ยนน้ำในบ๊วย กับเหล้า  ในการดองเหล้าบ๊วยน้ำ ใช้หลักการความแตกต่างของความเข้มข้น  คือ เหล้าที่ใช้แช่ จะใส่น้ำตาล ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าในผลบ๊วย ทำให้น้ำในบ๊วยออกมาด้านนอก แล้วมีการแทนที่ด้วยเหล้านั่นเอง  อร่อยก็ตรงนี้แหละ



เอาบ๊วย และน้ำตาลกรวด ตามอัตราส่วนลงในขวดโหล ขวดโหลที่ใช้เป็นโหลแก้ว จะได้มั่นใจว่า เหล้าไม่ทำปฏิกริยาอะไรกับภาชนะ  อัตราส่วนที่ใช้อาจจะไม่เป๊ะ ๆ เพราะ Jinro  ขวดนึง จะมีปริมาตร  750 ซีซี  ส่วน Jinro ขวดเล็ก ปริมาตร 360 ซีซี ก็ใช้ 2 ขวด ใส่บ๊วยเยอะหน่อย ไม่เป็นไร อร่อยดี อิอิ   แล้วก็เท Jinro Soju เข้าไป ขวดโหลที่ใช้ขนาด 1 ลิตร จะพอดีเป๊ะ ๆ Umeshu_Jinro_เหล้าบ๊วย

  เขียนรายละเอียดไว้ว่าใช้เหล้าตัวไหน จะได้ไม่สับสน  จากนั้นก็รออย่างเดียวเลยครับ  ประมาณ 6 เดือน เหล้าก็จะเริ่มเป็นสีทอง กลิ่นบ๊วยเริ่มออก แต่ยังไม่ชัดมาก  ถ้าจะให้ดีก็สัก 1 ปีขึ้นไป  รสชาติจะ OK ที่สุด และสีสวยมากกก  ส่วนการเก็บ เก็บไว้ในที่เย็น และไม่โดนแสงก็พอ  และแนะนำเก็บในที่ปลอดภัย (ไม่งั้นจะตักมากินเรื่อยๆ อิอิ)  ลองขวด ดองเมื่อปีทีแล้วครับ ครบปีพอดี  เอามาชิมแล้วอร่อยมากก เลยต้องใช้ Jinro Soju ดองอีกปีนี้ เขียน Blog แรกก็ชวนเมาก็ชวนเมากันเลยทีเดียว   ยังไงขอให้สนุกสนาน กับการทำเหล้าบ๊วยนะครับ  งานนี้รอนานหน่อย แล้วผลผลิตที่ได้ น่าประทับใจครับ  ถ้าสงสัยอะไร ถามได้นะครับ